เครื่องคำนวณ BMI
เครื่องคำนวณ BMI ออนไลน์ฟรี ช่วยประเมินดัชนีมวลกายสำหรับเด็กและผู้ใหญ่อย่างแม่นยำตามมาตรฐาน WHO และ CDC เช็คสุขภาพและน้ำหนักที่เหมาะสมของคุณได้เลยที่นี่!
ข้อมูลนำเข้า
ดัชนีมวลกาย (BMI)
น้ำหนักน้อยเกินไป
ปกติ
น้ำหนักเกิน
โรคอ้วน
| ดัชนีมวลกาย (BMI) | 24.2 kg/m2 |
|---|---|
| หมวดหมู่ BMI | น้ำหนักที่สุขภาพดี |
| ช่วง BMI ที่สุขภาพดี | 18.5 kg/m2 - 25 kg/m2 |
| น้ำหนักที่สุขภาพดีตามความสูง | 135.1 lbs - 182.6 lbs |
| เพิ่มเพื่อให้ได้ BMI 18.5 kg/m2 | - |
| ลดเพื่อให้ได้ BMI 25 kg/m2 | - |
| ดัชนีพอนเดอรัล | 13.27 kg/m3 |
เกิดข้อผิดพลาดกับการคำนวณของคุณ
สิ่งที่ดัชนีมวลกายบอกเกี่ยวกับน้ำหนักและสุขภาพของคุณ
อัปเดตล่าสุด: 17 กรกฎาคม 2569
สารบัญ
- ภาพรวมของค่าดัชนีมวลกาย (BMI)
- ตาราง BMI สำหรับผู้ใหญ่
- แผนภูมิแสดงค่า BMI สำหรับผู้ใหญ่
- ตาราง BMI สำหรับเด็กและวัยรุ่นอายุ 2-20 ปี
- แผนภูมิค่า BMI สำหรับเด็กและวัยรุ่นอายุ 2-20 ปี
- ปัจจัยเสี่ยงจากการมีน้ำหนักเกินและโรคอ้วน
- ความเสี่ยงจากภาวะน้ำหนักน้อยเกินไป
- ข้อจำกัดของค่า BMI
- สูตรการคำนวณ BMI
- ดัชนีความหนักของร่างกาย (Ponderal Index)
- คำถามที่พบบ่อย
คุณสามารถใช้เครื่องคำนวณดัชนีมวลกาย (BMI Calculator) เพื่อประเมินค่า BMI และตรวจสอบเกณฑ์น้ำหนักของคุณตามช่วงอายุได้อย่างแม่นยำ ระบบของเครื่องคำนวณจะตั้งค่าเริ่มต้นเป็น "ระบบเมตริก" (กิโลกรัม/เซนติเมตร) โดยคุณสามารถเปลี่ยนไปใช้ "ระบบการวัดอเมริกัน" (ปอนด์/ฟุต) หรือใช้เครื่องมือแปลงหน่วยในแท็บ "หน่วยอื่น ๆ" ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ ระบบยังช่วยคำนวณค่าดัชนีความหนักของร่างกาย (Ponderal Index) ควบคู่ไปกับค่า BMI เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ภาพรวมของค่าดัชนีมวลกาย (BMI)
ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) คือมาตรวัดเบื้องต้นที่ใช้ประเมินความอ้วนหรือความผอมของแต่ละบุคคล โดยคำนวณจากน้ำหนักและส่วนสูง ค่าที่ได้จะช่วยบ่งบอกถึงปริมาณมวลไขมันและเนื้อเยื่อในร่างกาย ทำให้คุณทราบว่าสัดส่วนน้ำหนักต่อส่วนสูงของคุณอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมหรือไม่
ผลลัพธ์จากการคำนวณค่า BMI จะเป็นตัวกำหนดว่าคุณอยู่ในเกณฑ์น้ำหนักน้อยเกินไป น้ำหนักปกติ น้ำหนักเกิน หรือเข้าข่ายโรคอ้วน ในบางกรณี ค่า BMI อาจถูกแบ่งย่อยลงไปอีก เช่น น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์อย่างรุนแรง หรือโรคอ้วนระดับอันตราย ซึ่งช่วงเกณฑ์ BMI เหล่านี้จะมีความแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น ภูมิภาคและช่วงอายุ
ภาวะโรคอ้วนหรือภาวะทุพโภชนาการ (ขาดสารอาหาร) ล้วนส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อสุขภาพ แม้ว่าค่า BMI จะไม่ใช่ตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของร่างกายที่สมบูรณ์แบบ 100% แต่นับเป็นดัชนีชี้วัดเบื้องต้นที่มีประโยชน์อย่างมากในการประเมินว่าคุณควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเพิ่มเติม หรือต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือไม่ คุณสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจำแนกประเภทและการคำนวณ BMI ได้จากตารางด้านล่าง
ตาราง BMI สำหรับผู้ใหญ่
การจำแนกเกณฑ์น้ำหนักตัวนี้อ้างอิงตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) สำหรับผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
| หมวดหมู่ | ช่วง BMI - กก./ตร.ม |
|---|---|
| น้ำหนักน้อยอย่างรุนแรง | < 16 |
| น้ำหนักน้อยปานกลาง | 16 - 17 |
| น้ำหนักน้อยเล็กน้อย | 17 - 18.5 |
| ปกติ (สุขภาพดี) | 18.5 - 25 |
| น้ำหนักเกิน | 25 - 30 |
| อ้วนระดับ 1 | 30 - 35 |
| อ้วนระดับ 2 | 35 - 40 |
| อ้วนระดับ 3 | > 40 |
แผนภูมิแสดงค่า BMI สำหรับผู้ใหญ่
กราฟด้านล่างแสดงการจำแนกเกณฑ์ BMI ประเภทต่าง ๆ ตามข้อมูลสถิติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เส้นทึบแสดงถึงเกณฑ์การแบ่งหมวดหมู่หลัก ในขณะที่เส้นประแสดงถึงหมวดหมู่ย่อย

ตาราง BMI สำหรับเด็กและวัยรุ่นอายุ 2-20 ปี
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำให้ใช้ค่าเปอร์เซ็นไทล์ของ BMI ในการประเมินสุขภาพและเกณฑ์น้ำหนักสำหรับเด็กและวัยรุ่นที่มีอายุระหว่าง 2 ถึง 20 ปี
| หมวดหมู่ | ช่วงเปอร์เซ็นไทล์ |
|---|---|
| น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ | <5% |
| น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดี | 5% - 85% |
| มีความเสี่ยงภาวะน้ำหนักเกิน | 85% - 95% |
| น้ำหนักเกินเกณฑ์ | >95% |
แผนภูมิค่า BMI สำหรับเด็กและวัยรุ่นอายุ 2-20 ปี
CDC ได้จัดทำกราฟแสดงการเพิ่มขึ้นของค่า BMI โดยเทียบกับเปอร์เซ็นไทล์การเจริญเติบโตตามช่วงอายุ
ปัจจัยเสี่ยงจากการมีน้ำหนักเกินและโรคอ้วน
ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพร้ายแรงหลายประการ โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ได้ระบุปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญไว้ดังนี้:
- มีระดับคอเลสเตอรอล LDL (“ไขมันเลว”) และไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้น ในขณะที่ระดับคอเลสเตอรอล HDL (“ไขมันดี”) ลดลง
- ภาวะความดันโลหิตสูง
- โรคเบาหวานชนิดที่ 2
- โรคหลอดเลือดหัวใจ (CAD)
- โรคเกี่ยวกับความผิดปกติของถุงน้ำดี
- โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
- ปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)
- โรคข้อเข่าเสื่อม (การอักเสบของข้อต่อที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อน)
- คุณภาพชีวิตโดยรวมลดลง
- เพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด (เช่น มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ลำไส้ใหญ่ เต้านม ตับ ถุงน้ำดี และไต เป็นต้น)
- ปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้าทางคลินิก วิตกกังวล และความผิดปกติอื่น ๆ
- อาการปวดเมื่อยตามร่างกายและมีอุปสรรคในการเคลื่อนไหวหรือทำกิจวัตรประจำวัน
- บุคคลที่มีค่า BMI สูงมากจะมีอัตราความเสี่ยงในการเสียชีวิตสูงกว่าผู้ที่มีค่า BMI ในเกณฑ์ปกติอย่างมีนัยสำคัญ
การมีน้ำหนักเกินส่งผลเสียต่อร่างกายในหลายด้านและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้น การรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่มีสุขภาพดี (ค่า BMI ต่ำกว่า 25 กก./ตร.ม.) จึงเป็นเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินว่าควรปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างไรเพื่อการรักษาสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น
ความเสี่ยงจากภาวะน้ำหนักน้อยเกินไป
ปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับภาวะน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ ได้แก่:
- ภาวะทุพโภชนาการ (ขาดสารอาหาร) โรคโลหิตจาง และภาวะขาดวิตามิน ซึ่งส่งผลให้ความสามารถในการลำเลียงออกซิเจนในเลือดลดลง
- โรคกระดูกพรุน เนื่องจากการสูญเสียมวลกระดูก ส่งผลให้กระดูกเปราะและเพิ่มโอกาสแตกหักง่ายขึ้น
- ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ อ่อนแอ และป่วยง่าย
- ปัญหาด้านการเจริญเติบโตและพัฒนาการล่าช้า โดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่น
- ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด
- ปัญหาสุขภาพการเจริญพันธุ์ในผู้หญิงอันเนื่องมาจากฮอร์โมนไม่สมดุล ซึ่งอาจทำให้รอบประจำเดือนมาไม่ปกติ ทั้งนี้ ผู้หญิงที่น้ำหนักน้อยหรือเป็นโรคอ้วนมีแนวโน้มที่จะแท้งบุตรในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์
- มีอัตราการเสียชีวิตที่ค่อนข้างสูงกว่า
การที่น้ำหนักตัวลดลงอย่างต่อเนื่องอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคประจำตัวที่ร้ายแรง หรือความผิดปกติในการรับประทานอาหาร เช่น โรคคลั่งผอม (Anorexia) หากคุณสงสัยว่าตัวคุณเองหรือคนใกล้ตัวมีปัญหาน้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ควรปรึกษาแพทย์ทันที
ข้อจำกัดของค่า BMI
แม้ว่าดัชนีมวลกาย (BMI) จะเป็นเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการประเมินเกณฑ์น้ำหนักเพื่อสุขภาพ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ไม่ได้สะท้อนถึงสัดส่วนของร่างกายทั้งหมด ไม่ครอบคลุมความหลากหลายของสรีระ และไม่สามารถแยกแยะระหว่างปริมาณไขมัน กล้ามเนื้อ และมวลกระดูกได้ ด้วยเหตุนี้ จึงควรใช้ค่า BMI ร่วมกับตัวชี้วัดสุขภาพอื่น ๆ
สำหรับผู้ใหญ่:
เครื่องคำนวณ BMI ออนไลน์มักจะประเมินผลลัพธ์จากส่วนสูงและน้ำหนักเป็นหลัก โดยไม่ได้นำตัวแปรเฉพาะบุคคลที่อาจส่งผลต่อความแม่นยำมาคำนวณร่วมด้วย อย่างที่ทราบกันดีว่า ค่า BMI ไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่าง "น้ำหนักจากกล้ามเนื้อ" และ "น้ำหนักจากไขมัน" ได้ จึงไม่ใช่การวัดปริมาณไขมันในร่างกายโดยตรง นอกจากนี้ ปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุ เพศ เชื้อชาติ มวลกล้ามเนื้อ และระดับการออกกำลังกาย ล้วนมีผลต่อการอ่านและการตีความค่า BMI ทั้งสิ้น
ตัวอย่างเช่น ผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตแบบไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกายนั่งหรือนอนเป็นส่วนใหญ่ อาจมีไขมันสะสมตามร่างกายสูงอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าน้ำหนักรวมจะไม่อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักเกินก็ตาม ในแง่ของสุขภาพ บุคคลนี้อาจมีความเสี่ยงและไม่แข็งแรงนัก แต่หากประเมินจากค่า BMI เพียงอย่างเดียว ผลลัพธ์อาจระบุว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ในทางกลับกัน นักเพาะกายที่มีมวลกล้ามเนื้อหนาแน่น เนื่องจากกล้ามเนื้อมีน้ำหนักมากกว่าไขมันเมื่อเทียบในปริมาตรที่เท่ากัน นักเพาะกายหลายคนจึงอาจมีค่า BMI สูงจนเกือบแตะขีดจำกัดของน้ำหนักปกติ หรืออาจถูกประเมินว่ามีน้ำหนักเกิน ทั้งที่ในความเป็นจริงพวกเขามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีรูปร่างที่กระชับ และมีเปอร์เซ็นต์ไขมันต่ำ บุคคลจะดูเพรียวบางและมีน้ำหนักมากได้เมื่อมีมวลกล้ามเนื้อที่หนาแน่น
ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ยังระบุเพิ่มเติมว่า:
- หากมีค่า BMI เท่ากัน ผู้หญิงมักจะมีปริมาณไขมันในร่างกายสูงกว่าผู้ชาย
- ผู้สูงอายุมักจะมีปริมาณไขมันในร่างกายสูงกว่าคนอายุน้อยที่มีค่า BMI เท่ากัน
- นักกีฬาที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักอาจมีค่า BMI สูง เนื่องจากมีมวลกล้ามเนื้อมาก
สำหรับวัยรุ่นและเด็ก:
ตัวแปรที่เป็นข้อจำกัดของค่า BMI ในผู้ใหญ่ สามารถนำมาใช้กับการประเมินในวัยรุ่นและเด็กได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ อัตราการเพิ่มความสูงและระดับการพัฒนาการทางเพศในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ล้วนส่งผลกระทบต่อทั้งค่า BMI และเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย
สำหรับเด็กที่เข้าข่ายโรคอ้วน ค่า BMI จะสามารถพยากรณ์ปริมาณไขมันส่วนเกินในร่างกายได้แม่นยำกว่าเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกินเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ ค่า BMI ที่สูงขึ้นอาจมาจากมวลไขมัน หรือมาจากมวลร่างกายไร้ไขมัน (Fat-Free Mass: องค์ประกอบทั้งหมดของร่างกายที่ไม่ใช่ไขมัน เช่น น้ำ อวัยวะ กล้ามเนื้อ ฯลฯ) ในกลุ่มเด็กที่มีปริมาณไขมันน้อย ความคลาดเคลื่อนของค่า BMI มักมีสาเหตุมาจากมวลร่างกายไร้ไขมัน
โดยสรุปแล้ว สำหรับคนทั่วไป ค่า BMI ถือเป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นที่มีประโยชน์ในการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกิดจากภาวะน้ำหนักน้อย น้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดที่กล่าวมา ค่า BMI จึงควรเป็นเพียง "หนึ่งในเครื่องมือ" สำหรับประเมินสุขภาพและน้ำหนักตัวของแต่ละบุคคล โดยต้องใช้ร่วมกับการตรวจประเมินสุขภาพด้านอื่น ๆ และคำแนะนำจากแพทย์เสมอ
สูตรการคำนวณ BMI
ด้านล่างนี้คือสมการที่ใช้ในการคำนวณค่า BMI ทั้งในระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศ หรือระบบเมตริก (SI) และระบบการวัดอเมริกัน (USC) โดยอ้างอิงตัวอย่างจากบุคคลที่มีส่วนสูง 5 ฟุต 10 นิ้ว และมีน้ำหนัก 160 ปอนด์
ระบบการวัดอเมริกัน:
$$BMI=703×\frac{mass(lbs)}{height^{2}(in)}=703×rac{160}{70^{2}}=22.96rac{kg}{m^{2}}$$
ระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศ, ระบบเมตริก:
$$BMI={\frac{mass(kg)}{height^{2}(m)}=\frac{72.57}{1.78^{2}}=22.90\frac{kg}{m^{2}}}$$
ดัชนีความหนักของร่างกาย (Ponderal Index)
ดัชนีความหนักของร่างกาย (Ponderal Index: PI) คืออีกหนึ่งตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินความอ้วนของบุคคลตามสัดส่วนของน้ำหนักและส่วนสูง ข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่าง BMI และดัชนีความหนักของร่างกายก็คือ สูตรของดัชนีความหนักของร่างกาย (ดังแสดงด้านล่าง) จะนำส่วนสูงมาคำนวณด้วยการยกกำลังสาม ไม่ใช่การยกกำลังสอง
แม้ว่าค่า BMI จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากในการศึกษาประชากรกลุ่มใหญ่ แต่กลับมีความน่าเชื่อถือน้อยกว่าเมื่อใช้ระบุระดับความผอมหรือโรคอ้วนในระดับบุคคล ดัชนี PI จึงมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือมากกว่าเมื่อนำไปใช้กับผู้ที่มีรูปร่างเตี้ยมากหรือสูงมาก เนื่องจากค่า BMI มักจะประเมินปริมาณไขมันในร่างกายคลาดเคลื่อน (สูงผิดปกติหรือต่ำผิดปกติ) สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักและส่วนสูงอยู่นอกเหนือค่าเฉลี่ยมาตรฐาน
ด้านล่างนี้คือสมการในการคำนวณค่าดัชนีความหนักของร่างกาย (PI) ของบุคคล โดยอ้างอิงตัวอย่างจากผู้ที่มีส่วนสูง 5 ฟุต 10 นิ้ว และน้ำหนัก 160 ปอนด์:
ระบบการวัดอเมริกัน:
$$PI={\frac{height(in)}{\sqrt[3]{mass(lbs)}}=\frac{70}{{\sqrt[3]{160}}}=12.89\frac{in}{\sqrt[3]{lbs}}}$$
ระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศ, ระบบเมตริก:
$$PI={\frac{mass(kg)}{height^{3}(m)}=\frac{72.57}{1.78^{3}}}=12.87\frac{kg}{m^{3}}$$
คำถามที่พบบ่อย
ช่วง BMI ที่ดีต่อสุขภาพคือเท่าไร?
สำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ ค่า BMI ระหว่าง 18.5 ถึง 24.9 จัดอยู่ในเกณฑ์น้ำหนักสุขภาพดีหรือน้ำหนักปกติ ค่า BMI ต่ำกว่า 18.5 ถือว่าน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ ค่า 25.0 ถึง 29.9 คือน้ำหนักเกิน และค่า 30.0 ขึ้นไปจัดอยู่ในกลุ่มโรคอ้วน เกณฑ์เหล่านี้เป็นไปตามการจำแนกประเภทขององค์การอนามัยโลก (WHO) สำหรับผู้ใหญ่อายุ 20 ปีขึ้นไป
ค่า BMI คำนวณอย่างไร?
ค่า BMI คือน้ำหนักของคุณหารด้วยส่วนสูงยกกำลังสอง ในระบบเมตริก ให้นำน้ำหนักเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง (กก./ตร.ม.) ส่วนในระบบการวัดอเมริกัน ให้นำผลลัพธ์ของน้ำหนักเป็นปอนด์หารด้วยส่วนสูงเป็นนิ้วยกกำลังสอง แล้วคูณด้วย 703 ตัวอย่างเช่น คนที่สูง 1.78 ม. และหนัก 72.57 กก. จะมีค่า BMI ประมาณ 22.9
ค่า BMI แม่นยำสำหรับนักกีฬาและผู้ที่มีกล้ามเนื้อมากหรือไม่?
ไม่เสมอไป ค่า BMI ไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างกล้ามเนื้อกับไขมันได้ ดังนั้นนักกีฬาที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักและผู้ที่มีกล้ามเนื้อมากจึงมักมีค่า BMI สูง ทั้งที่มีเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายต่ำ ค่า BMI เป็นเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้นที่มีประโยชน์สำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับรายบุคคลควรใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ เช่น เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายและการตรวจประเมินทางการแพทย์
ค่า BMI ที่ดีต่อสุขภาพแตกต่างกันระหว่างผู้ชายและผู้หญิงหรือไม่?
หมวดหมู่ค่า BMI ที่เป็นตัวเลขนั้นเหมือนกันสำหรับผู้ใหญ่ทั้งชายและหญิง อย่างไรก็ตาม ที่ค่า BMI เท่ากัน ผู้หญิงมักจะมีเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายสูงกว่าผู้ชาย และผู้สูงอายุจะมีไขมันในร่างกายมากกว่าคนอายุน้อย นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงควรอ่านค่า BMI เป็นตัวชี้วัดโดยรวมมากกว่าการวัดองค์ประกอบของร่างกายที่แม่นยำ
ค่า BMI กับดัชนีความหนักของร่างกาย (Ponderal Index) ต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองค่าใช้ประเมินความอ้วนจากส่วนสูงและน้ำหนัก แต่ดัชนีความหนักของร่างกายจะนำส่วนสูงมายกกำลังสามแทนการยกกำลังสอง เนื่องจากค่า BMI ไม่ได้ปรับสัดส่วนตามส่วนสูงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดัชนีความหนักของร่างกายจึงมักน่าเชื่อถือกว่าสำหรับผู้ที่สูงมากหรือเตี้ยมาก ซึ่งเป็นกรณีที่ค่า BMI อาจประเมินไขมันในร่างกายสูงเกินจริงหรือต่ำเกินจริง