เครื่องคำนวณเลขฐานสิบหก

เครื่องคำนวณเลขฐานสิบหกออนไลน์ (Hex Calculator) ช่วยบวก ลบ คูณ หาร และแปลงเลขฐานสิบหกเป็นฐานสอง หรือทศนิยมได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และใช้งานฟรี!

ฐานสิบหก / ฐานสิบ
ทศนิยมเป็นฐานสิบหก 170 = AA
ฐานสิบหกเป็นทศนิยม DAD = 3501
คำตอบ
ค่าฐานสิบหก 8AB + B78 = 1423
ค่าทศนิยม 2219 + 2936 = 5155

เกิดข้อผิดพลาดกับการคำนวณของคุณ

วิธีบวก ลบ คูณ และแปลงเลขฐานสิบหก

อัปเดตล่าสุด: 17 กรกฎาคม 2569

ภาพประกอบสำหรับ เครื่องคำนวณเลขฐานสิบหก

ขอแนะนำ เครื่องคำนวณเลขฐานสิบหก (Hex Calculator) สุดยอดเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อการคำนวณทางคณิตศาสตร์ในระบบเลขฐานสิบหกได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เครื่องคิดเลขฐานสิบหกขั้นสูงนี้สามารถจัดการฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น การบวก การลบ การคูณ และการหารเลขฐานสิบหก นอกจากนี้ยังทำงานเป็น ตัวแปลงเลขฐานสิบหก (Hex Converter) ที่ยอดเยี่ยม ช่วยให้คุณแปลงเลขฐานสิบหกเป็นเลขทศนิยม (ฐาน 10) และแปลงทศนิยมกลับเป็นเลขฐานสิบหกได้อย่างไร้รอยต่อ

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมระบบเลขฐานสิบหกถึงมีความสำคัญ? ระบบตัวเลขนี้ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากสัญกรณ์เลขฐานสิบหกเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการนำเสนอค่าเลขฐานสอง (Binary) ที่มีความยาวมากๆ ให้อยู่ในรูปแบบที่สั้น กระชับ และจัดการได้ง่ายขึ้น

เครื่องคำนวณเลขฐานสิบหกของเราจะช่วยให้คุณวิเคราะห์และจัดการกับค่าเลขฐานสิบหกได้อย่างง่ายดาย ทำให้กระบวนการแก้ปัญหาและการวิเคราะห์ข้อมูลมีความคล่องตัวสูงสุด คุณจะสามารถทำงานกับคณิตศาสตร์เลขฐานสิบหกได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการบวก ลบ คูณ หรือหาร ทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย!

บอกลาความยุ่งยากและการเดาสุ่มในการคำนวณ แล้วมาสัมผัสความแม่นยำด้วยตัวแปลงเลขฐานสิบหกของเรากันเลย

การประยุกต์ใช้งานเลขฐานสิบหก

สัญกรณ์เลขฐานสิบหก (Hexadecimal) หรือที่มักเรียกสั้นๆ ว่า "Hex" เป็นรูปแบบการแทนค่าที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและวิทยาการคอมพิวเตอร์ ชุดตัวเลขที่เป็นเอกลักษณ์นี้ประกอบด้วยตัวเลข 0-9 และตัวอักษร A-F ซึ่งทำหน้าที่เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการย่อค่าเลขฐานสองขนาดใหญ่ให้อยู่ในรูปแบบที่มนุษย์สามารถอ่านและจัดการได้ง่ายขึ้น

หนึ่งในการใช้งานที่พบเห็นได้บ่อยและมีประโยชน์ที่สุดของเลขฐานสิบหกคือ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Computer Programming) โปรแกรมเมอร์มักใช้ค่าเลขฐานสิบหกเพื่อกำหนดรหัสสี (Color Codes) ที่อยู่หน่วยความจำ (Memory Addresses) และข้อมูลอื่นๆ ในภาษาโปรแกรมยอดนิยม เช่น C, C++ และ Java นอกจากนี้ เครื่องมือแปลงเลขฐานสิบหกยังถูกนำมาใช้เพื่อดำเนินการทางคณิตศาสตร์และแปลงค่าต่างๆ ภายในภาษาโปรแกรมเหล่านี้ด้วย

อีกหนึ่งสาขาสำคัญที่พึ่งพาเลขฐานสิบหกคือ ระบบจัดเก็บข้อมูลดิจิทัล ผู้เชี่ยวชาญในสายงานนี้ใช้เลขฐานสิบหกในการอ้างอิงที่อยู่หน่วยความจำและข้อมูลระดับลึกที่ถูกเก็บไว้ ทำให้การนำทางและวิเคราะห์ระบบมีความคล่องตัวสูง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา (Troubleshooting) ของระบบ

เลขฐานสิบหกยังมีบทบาทสำคัญใน ระบบเครือข่าย (Networking) ผู้ดูแลระบบเครือข่ายและวิศวกรใช้เลขฐานสิบหกในการแปลงค่าทศนิยมเมื่อต้องทำงานกับโปรโตคอลเครือข่าย เช่น IPv4 และ IPv6 การทำความเข้าใจโครงสร้างเลขฐานสิบหกของที่อยู่เครือข่ายและแพ็กเก็ตข้อมูล ถือเป็นทักษะที่มีค่ามากในการแก้ไขปัญหา การเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย และการรักษาความปลอดภัย

นิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics) เป็นอีกหนึ่งสาขาที่ใช้ตัวแปลงเลขฐานสิบหกอย่างจริงจัง เครื่องมือเหล่านี้ถูกใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลดิบและค้นหารูปแบบที่ซ่อนอยู่ในระดับ Hex รูปแบบเลขฐานสิบหกมักใช้เพื่อแสดงข้อมูลไบนารี เช่น รูปภาพและไฟล์มัลติมีเดีย การดูข้อมูลในรูปแบบฐานสิบหกช่วยให้นักวิเคราะห์สามารถตรวจสอบข้อมูลดิบของไฟล์ และเปิดเผยข้อมูลที่ซ่อนอยู่ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้จากการเปิดไฟล์ตามปกติ

สุดท้ายนี้ เลขฐานสิบหกยังถูกใช้ใน วิทยาการเข้ารหัสลับ (Cryptography) เพื่อแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบฐานสิบหก ทำให้บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตไม่สามารถอ่านหรือทำความเข้าใจข้อมูลที่ถูกส่งผ่านระบบได้ง่ายๆ สัญกรณ์นี้ช่วยเพิ่มระดับความปลอดภัยโดยการปกปิดข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่ผู้ไม่มีกุญแจถอดรหัสไม่สามารถจดจำได้ นอกจากนี้ยังใช้ในการสร้างคีย์เข้ารหัส (Encryption Keys) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสารและการถ่ายโอนข้อมูลที่ปลอดภัย

โดยสรุปแล้ว เลขฐานสิบหกเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่มีการประยุกต์ใช้งานกว้างขวาง ตั้งแต่การเขียนโปรแกรม การจัดการหน่วยความจำ ระบบเครือข่าย นิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล ไปจนถึงความปลอดภัยทางไซเบอร์ ด้วยความกะทัดรัดและอ่านง่าย จึงทำให้เป็นระบบตัวเลขที่มีค่าอย่างยิ่งสำหรับมืออาชีพในหลากหลายสาขา

ระบบเลขฐานสิบหกทำงานอย่างไร?

ระบบเลขฐานสิบหก (Hexadecimal System) เป็นระบบตัวเลขที่มี "ฐาน 16" ซึ่งหมายความว่า ในขณะที่ระบบทศนิยมใช้ตัวเลข 10 ตัว (0-9) และระบบเลขฐานสองใช้ตัวเลข 2 ตัว (0-1) ระบบฐานสิบหกจะใช้สัญลักษณ์ทั้งหมด 16 ตัว ได้แก่ ตัวเลข 0-9 และตัวอักษร A, B, C, D, E และ F โดยตัวอักษรเหล่านี้ใช้แทนค่าตั้งแต่ 10 ถึง 15 ตามลำดับ

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15
1 2 3 4 5 6 7 8 9 A B C D E F

ระบบเลขฐานสิบหกมีข้อได้เปรียบที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับระบบทศนิยมและฐานสอง ตัวอย่างเช่น เลขฐานสิบหก 1 หลักสามารถใช้แทนเลขฐานสองได้ถึง 4 หลัก (ซึ่งเรียกว่า นิบเบิล - Nibbles) คุณสมบัตินี้ช่วยลดความยุ่งยากและร่นระยะเวลาในการแสดงผลเลขฐานสองที่มีความยาวมากๆ ได้อย่างดีเยี่ยม

ตัวอย่างเช่น ค่าเลขฐานสอง 1010101010 สามารถเขียนย่อเป็น 2AA ในรูปแบบเลขฐานสิบหก สิ่งนี้ช่วยให้คอมพิวเตอร์สามารถบีบอัดค่าข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อให้แปลงค่าไปมาระหว่างสองระบบนี้ได้อย่างรวดเร็ว

ค่าเลขฐานสิบหกจึงถูกใช้งานเป็นประจำในวิทยาการคอมพิวเตอร์และการเขียนโปรแกรม เนื่องจากผู้พัฒนาสามารถอ่านและทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าตัวเลขฐานสองที่มีแต่ 0 และ 1 การผสมผสานระหว่างตัวเลขและตัวอักษรช่วยให้การระบุค่าและรูปแบบเฉพาะใน Source Code ทำได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

การแปลงทศนิยมเป็นเลขฐานสิบหก (Decimal to Hex)

กระบวนการนี้อาจดูซับซ้อนในตอนแรก แต่ความจริงแล้วค่อนข้างง่ายหากคุณเข้าใจเรื่อง "ค่าประจำหลัก" (Positional value) ในระบบตัวเลขต่างๆ แน่นอนว่าคุณสามารถใช้ตัวแปลงเลขฐานสิบหกของเราเพื่อให้ได้คำตอบทันที แต่การทำความเข้าใจหลักการทำงานเบื้องหลังจะช่วยให้คุณเชี่ยวชาญการคำนวณในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

หลักการแปลงเลขทศนิยมเป็นเลขฐานสิบหก ทำได้โดย การนำเลขทศนิยมมาหารด้วย 16 ซ้ำๆ แล้วจดบันทึกเศษที่เหลือ (Remainder) ในแต่ละรอบการหาร

ลองมาดูตัวอย่างการแปลงเลขทศนิยม 568 เป็นเลขฐานสิบหก:

  1. นำเลขทศนิยมมาหารด้วย 16 จากนั้นบันทึกผลหารและเศษที่เหลือ

568 / 16 = 35.5

568 = (35 × 16) + 8

ผลหารคือ 35 และได้เศษที่เหลือคือ 8

  1. แปลงเศษที่เหลือจากเลขฐาน 10 ให้เป็นเลขฐาน 16

8₁₀ = 8₁₆

  1. นำผลหารจากขั้นตอนที่แล้ว มาทำซ้ำขั้นตอนเดิม

35 / 16 = 2.1875

35 = (2 × 16) + 3

ผลหารคือ 2 และได้เศษที่เหลือคือ 3

3₁₀ = 3₁₆

2 / 16 = 0.125

2 = (0 × 16) + 2

ผลหารคือ 0 และได้เศษที่เหลือคือ 2

2₁₀ = 2₁₆

  1. เมื่อผลหารเป็น 0 ถือว่าสิ้นสุดกระบวนการ เราจะได้เศษที่เหลือทั้งหมด 3 ตัว

วิธีเรียงตัวเลขคือ: เศษตัวแรกที่ได้จะเป็นหลักสุดท้าย (ขวาสุด) ของเลขฐานสิบหก และเศษตัวสุดท้ายที่ได้จะเป็นหลักแรก (ซ้ายสุด) ของเลขฐานสิบหก จากเศษที่ได้ เราจะสามารถเรียงเป็นเลขฐานสิบหกได้ดังนี้:

568₁₀ = 238₁₆

ข้อควรจำ: หากหารแล้วได้เศษมากกว่า 9 ให้นำตัวอักษร A-F มาใช้แทนตัวเลข 10-15 ตามลำดับ

สรุปก็คือ การแปลงทศนิยมเป็นฐานสิบหกทำได้โดยการหารตัวเลขด้วย 16 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารจะเป็น 0 และนำเศษที่ได้จากการหารแต่ละครั้งมาเรียงร้อยต่อกันจากหลังมาหน้าเพื่อสร้างเป็นเลขฐานสิบหกที่สมบูรณ์

การแปลงเลขฐานสิบหกเป็นทศนิยม (Hex to Decimal)

การแปลงเลขฐานสิบหกกลับเป็นค่าทศนิยม (ฐาน 10) ใช้วิธี นำตัวเลขแต่ละหลักของฐานสิบหกมาคูณด้วยค่าประจำหลัก (16 ยกกำลังตามตำแหน่ง) แล้วนำผลลัพธ์ทั้งหมดมาบวกกัน นี่คือคำอธิบายทีละขั้นตอนพร้อมตัวอย่าง:

ตัวอย่าง: แปลงเลขฐานสิบหก 1B7E เป็นเลขทศนิยม

  1. กำหนดตำแหน่ง (Index) ของตัวเลขแต่ละหลัก โดยเริ่มนับจาก ขวาไปซ้าย (หลักขวาสุดคือตำแหน่งที่ 0)
HEX 1 B 7 E
Index 3 2 1 0
  1. แทนที่หลักที่เป็นตัวอักษรด้วยค่าทศนิยมที่เทียบเท่ากัน:
HEX 1 11 7 14
Index 3 2 1 0
  1. นำตัวเลขแต่ละหลักคูณด้วย 16 ยกกำลังด้วยค่าตำแหน่ง (Index) ของตัวมันเอง
HEX 1×163=4096 11×162=2816 7×161=112 14×160=14
Index 3 2 1 0
  1. นำผลคูณทั้งหมดมาบวกเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ค่าทศนิยมสุดท้าย

1B7E = 4096 + 2816 + 112 + 14 = 7038

โดยสรุป การแปลงเลขฐานสิบหกเป็นทศนิยมคือการนำแต่ละหลักไปคูณกับค่าประจำหลัก (16^n) แล้วนำผลลัพธ์ย่อยทั้งหมดมารวมกัน ผลรวมที่ได้ก็คือเลขทศนิยมที่เราต้องการ

การบวกเลขฐานสิบหก

การบวกแนวตั้ง (Long Addition)

การบวกตัวเลขในระบบฐานสิบหกมีหลักการคล้ายกับการบวกเลขทศนิยมที่เราคุ้นเคย เราเริ่มต้นด้วยการตั้งตัวเลขให้หลักทางขวาสุดตรงกัน แล้วเริ่มบวกตัวเลขในแต่ละหลักเข้าด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ ค่าสูงสุดที่ตัวเลขฐานสิบหกหนึ่งหลักสามารถแสดงได้คือ 15 (F) ดังนั้น หากผลรวมของหลักนั้นเกิน 15 เราจะต้องทำการ "ทด" (Carry over) ค่าไปยังคอลัมน์ถัดไปทางซ้าย เช่นเดียวกับการทดเลขในการบวกฐานสิบ

การปฏิบัติตามลำดับอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มจากหลักขวาสุดและขยับไปทางซ้าย และเมื่อผลรวมเกิน 15 อย่าลืมทด 1 ไปยังหลักถัดไปเสมอ

ตัวอย่าง

มาบวกตัวเลขต่อไปนี้โดยใช้วิธีตั้งบวก:

AB2136 + 1C89A5

เราเริ่มบวกจากหลักที่เล็กที่สุด (ขวาไปซ้าย) โดยจับคู่บวกทีละหลัก (6+5, 3+A, 1+9, 2+8, B+C, A+1)

6₁₆+ 5₁₆ = 6₁₀ + 5₁₀ = 11₁₀ = B₁₆

3₁₆ + A₁₆ = 3₁₀ + 10₁₀ = 13₁₀ = D₁₆

1₁₆ + 9₁₆ = 1₁₀ + 9₁₀ = 10₁₀ = A₁₆

2₁₆ + 8₁₆ = 2₁₀ + 8₁₀ = 10₁₀ = A₁₆

B₁₆ + C₁₆ = 11₁₀ + 12₁₀ = 23₁₀ ในกรณีนี้ผลบวกมากกว่า 15 เราจึงต้องลบด้วย 16 นั่นคือ 23₁₀ - 16₁₀ = 7₁₀ (ใส่ 7) แล้วทด 1 ไปยังหลักถัดไป

A₁₆ + 1₁₆ = 10₁₀ + 1₁₀ = 11₁₀ จากนั้นนำไปบวกกับตัวทด 1 จากหลักที่แล้ว จะได้ 11₁₀ + 1₁₀ = 12₁₀ = C₁₆

ดังนั้น ผลลัพธ์ที่ได้คือ:

AB2136 + 1C89A5 = C7AADB

การลบเลขฐานสิบหก

การลบแนวตั้ง (Long Subtraction)

กระบวนการลบในระบบเลขฐานสิบหกก็มีความคล้ายคลึงกับเลขทศนิยม ขั้นแรก เราเริ่มจากหลักขวาสุดแล้วไล่ไปทางซ้าย หากตัวตั้ง (ตัวที่เรากำลังลบออก) มีค่าน้อยกว่าตัวลบ เราจะต้อง "ยืม" (Borrow) จากหลักถัดไปทางซ้าย ในการยืม 1 ครั้ง ค่าที่ยืมมาจะมีค่าเท่ากับ 16 (หรือ 10 ในฐานสิบ) ซึ่งเราจะนำมาบวกกับตัวตั้ง และต้องไม่ลืมหักค่าตัวที่ถูกยืมออกไป 1 ด้วย

การจดบันทึกค่าที่ถูกยืมเป็นสิ่งสำคัญมาก กระบวนการนี้เหมือนกับการลบเลขปกติ แต่ต้องท่องไว้เสมอว่าเราทำงานในระบบฐาน 16 ซึ่งค่าสูงสุดในหลักเดียวคือ 15

โดยรวมแล้ว การลบเลขฐานสิบหกไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใส่ใจในรายละเอียดของการยืมตัวเลขเพื่อให้แน่ใจว่าการคำนวณถูกต้อง

ตัวอย่าง

ลองหาผลต่างระหว่างตัวเลขต่อไปนี้โดยใช้การตั้งลบ:

AB2136

1C89A5

เริ่มการลบจากหลักที่เล็กที่สุด (ขวาไปซ้าย) ลบตัวเลขที่จับคู่กัน (6-5, 3-A, 1-9, 2-8, B-C, A-1)

6₁₆ - 5₁₆ = 6₁₀ - 5₁₀ = 1₁₀ = 1₁₆

3₁₆ - A₁₆ = 3₁₀ - 10₁₀ จะเห็นว่าตัวตั้งน้อยกว่าตัวลบ (ได้ค่าติดลบ) เราจึงต้องยืม 1 จากหลักถัดไปทางซ้าย ซึ่งค่าที่ยืมมาคือ 16 ดังนั้น (3₁₀ + 16₁₀) - 10₁₀ = 9₁₀ = 9₁₆

1₁₆ - 9₁₆ จากการถูกยืมในขั้นตอนก่อนหน้า ค่า 1₁₆ จึงเหลือเพียง 0₁₆ เราจึงต้องยืมจากหลักถัดไปอีกครั้ง จะได้ (0₁₀ + 16₁₀) - 9₁₀ = 7₁₀ = 7₁₆

2₁₆ - 8₁₆ จากการถูกยืมก่อนหน้า ค่า 2₁₆ จึงเหลือ 1₁₆ ต้องทำการยืมหลักถัดไป จะได้ (1₁₀ + 16₁₀) - 8₁₀ = 9₁₀ = 9₁₆

B₁₆ - C₁₆ = 11₁₀ - 12₁₀ จากการถูกยืมก่อนหน้า ค่า 11₁₀ จึงเหลือ 10₁₀ ต้องทำการยืมหลักถัดไป จะได้ (10₁₀ + 16₁₀) - 12₁₀ = 14₁₀ = E₁₆

A₁₆ - 1₁₆ = 10₁₀ - 1₁₀ จากการถูกยืมก่อนหน้า ค่า 10₁₀ จึงเหลือ 9₁₀ ดังนั้นจึงคำนวณได้เป็น 9₁₀ - 1₁₀ = 8₁₀ = 8₁₆

ผลลัพธ์สุดท้ายของการลบคือ:

AB2136 - 1C89A5 = 8E9791

การคูณเลขฐานสิบหก

การคูณแนวตั้ง (Long Multiplication)

ในการคูณเลขฐานสิบหก เราใช้กฎพื้นฐานเดียวกับการคูณเลขทศนิยม โดยตั้งตัวเลขให้ตรงกัน และเริ่มต้นคูณจากหลักขวาสุด

ตัวเลขแต่ละหลักของตัวคูณ จะถูกนำไปคูณกับทุกหลักของตัวตั้ง เมื่อคูณครบทุกหลักแล้ว ให้นำผลคูณย่อยทั้งหมดมาบวกเข้าด้วยกัน

ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือเรื่องของการ "ทด" ในระบบทศนิยมเราจะทดเมื่อผลคูณมากกว่า 9 แต่ในระบบฐานสิบหก เราจะทดค่าก็ต่อเมื่อผลคูณมีค่ามากกว่า 15 (F)

ผลลัพธ์ที่ได้จากการคูณจะถูกแสดงในรูปแบบเลขฐานสิบหกเสมอ

เคล็ดลับในการคูณฐานสิบหกคือ คุณอาจแปลงค่าแต่ละตัวเป็นทศนิยมก่อน ทำการคูณ แล้วแปลงผลลัพธ์กลับเป็นฐานสิบหกก็ได้

หรือจะให้ง่ายกว่านั้น การคูณเลขฐานสิบหกสามารถทำได้อย่างรวดเร็วโดยใช้ ตารางสูตรคูณเลขฐานสิบหก ด้านล่างนี้:

ตารางสูตรคูณเลขฐานสิบหก

x 1 2 3 4 5 6 7 8 9 A B C D E F 10
1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 A B C D E F 10
2 2 4 6 8 A C E 10 12 14 16 18 1A 1C 1E 20
3 3 6 9 C F 12 15 18 1B 1E 21 24 27 2A 2D 30
4 4 8 C 10 14 18 1C 20 24 28 2C 30 34 38 3C 40
5 5 A F 14 19 1E 23 28 2D 32 37 3C 41 46 4B 50
6 6 C 12 18 1E 24 2A 30 36 3C 42 48 4E 54 5A 60
7 7 E 15 1C 23 2A 31 38 3F 46 4D 54 5B 62 69 70
8 8 10 18 20 28 30 38 40 48 50 58 60 68 70 78 80
9 9 12 1B 24 2D 36 3F 48 51 5A 63 6C 75 7E 87 90
A A 14 1E 28 32 3C 46 50 5A 64 6E 78 82 8C 96 A0
B B 16 21 2C 37 42 4D 58 63 6E 79 84 8F 9A A5 B0
C C 18 24 30 3C 48 54 60 6C 78 84 90 9C A8 B4 C0
D D 1A 27 34 41 4E 5B 68 75 82 8F 9C A9 B6 C3 D0
E E 1C 2A 38 46 54 62 70 7E 8C 9A A8 B6 C4 D2 E0
F F 1E 2D 3C 4B 5A 69 78 87 96 A5 B4 C3 D2 E1 F0
10 10 20 30 40 50 60 70 80 90 A0 B0 C0 D0 E0 F0 100

หากไม่มีตารางสูตรคูณนี้ แต่ละขั้นตอนจะต้องอาศัยการแปลงค่าด้วยตนเองไปมาระหว่างทศนิยมและฐานสิบหก

ตัวอย่าง

ลองคูณตัวเลข AB × 1F โดยใช้วิธีตั้งคูณ

เช่นเดียวกับการคูณยาวแบบดั้งเดิม เรานำหลักหน่วยของตัวคูณ (F) ไปคูณ B และ A ตามลำดับ จากนั้นนำหลักสิบของตัวคูณ (1) ไปคูณ B และ A แล้วนำผลลัพธ์ทั้งหมดมาบวกกันโดยคำนึงถึงตำแหน่งหลักของตัวเลข

เครื่องคำนวณเลขฐานสิบหก

  • F × B = A5 – เราใส่ 5 แล้วทด A ไปยังหลักถัดไป
  • F × A = 96 – เราบวกตัวทด A จากหลักที่แล้ว จะได้ A0
  • 1 × B = B
  • 1 × A = A

เมื่อนำผลลัพธ์ย่อยมาบวกกัน (A05 + AB0) เราจะได้คำตอบคือ AB × 1F = 14B5

การคูณโดยการแปลงเป็นระบบทศนิยม

วิธีที่สองที่ง่ายกว่าสำหรับหลายคนคือ การคูณโดยใช้เลขทศนิยมเป็นตัวกลาง คุณสามารถแปลงตัวเลขฐานสิบหกทั้งสองตัวให้เป็นเลขทศนิยม ทำการคูณแบบปกติ แล้วแปลงผลลัพธ์กลับเป็นเลขฐานสิบหก

ในตัวอย่างนี้ "AB" แปลงเป็นทศนิยมคือ 171 และ "1F" แปลงเป็นทศนิยมคือ 31

ทำการคูณในระบบทศนิยม: 171 × 31 = 5301

จากนั้นแปลงผลลัพธ์ 5301₁₀ กลับเป็นเลขฐานสิบหก ซึ่งจะได้เท่ากับ 14B5₁₆

AB₁₆ × 1F₁₆ = 171₁₀ × 31₁₀ = 5301₁₀ = 14B5₁₆

ผลลัพธ์ที่ได้คือ: AB₁₆ × 1F₁₆ = 14B5₁₆

การหารเลขฐานสิบหก

การหารยาว (Long Division)

การหารเลขฐานสิบหกมีหลักการทำงานเหมือนกับการหารทศนิยม โดยเกี่ยวข้องกับการนำ ตัวตั้ง (Dividend) มาหารด้วย ตัวหาร (Divisor) เพื่อหา ผลหาร (Quotient) สิ่งที่แตกต่างเพียงอย่างเดียวคือแทนที่จะใช้ฐาน 10 การหารเลขฐานสิบหกจะทำงานบนฐาน 16

ให้คุณหารตัวตั้งด้วยตัวหารเหมือนที่คุณทำในการหารปกติ โดยใช้ขั้นตอนการลบซ้ำๆ และดึงตัวเลขหลักถัดไปของตัวตั้งลงมา

หมั่นตรวจสอบ เศษที่เหลือ (Remainder) หลังจากการลบแต่ละครั้ง เมื่อหารจนครบทุกหลักแล้ว คุณจะได้ผลหารในรูปแบบเลขฐานสิบหกเป็นผลลัพธ์สุดท้าย

ตัวอย่าง

มาหาร 9CC0C ด้วย A โดยใช้วิธีการหารยาว

เครื่องคำนวณเลขฐานสิบหก

เริ่มกระบวนการหาร 9CC0C ด้วย A:

  1. 9C₁₆ / A₁₆ = 156₁₀ / 10₁₀ = 15₁₀ เศษ 6 = F₁₆ เศษ 6 เราได้ผลหารตัวแรกคือ F (เหลือเศษ 6) นำ 6 ไปหาร A ไม่ได้ จึงดึงหลัก C ในตำแหน่งถัดไปลงมา ตอนนี้เราต้องหาร 6C / A
  2. 6C₁₆ / A₁₆ = 108₁₀ / 10₁₀ = 10₁₀ เศษ 8 = A₁₆ เศษ 8 เราได้ผลหารตัวที่สองคือ A (เหลือเศษ 8) นำ 8 ไปหาร A ไม่ได้ จึงดึง 0 จากตำแหน่งถัดไปลงมา ตอนนี้เราต้องหาร 80 / A
  3. 80₁₆ / A₁₆ = 128₁₀ / 10₁₀ = 12₁₀ เศษ 8 = C₁₆ เศษ 8 เราได้ผลหารตัวที่สามคือ C (เหลือเศษ 8) นำ 8 ไปหาร A ไม่ได้ จึงดึง C จากตำแหน่งถัดไปลงมา ตอนนี้เราต้องหาร 8C / A
  4. 8C₁₆ / A₁₆ = 140₁₀ / 10₁₀ = 14₁₀ = E₁₆ (หารลงตัวพอดี)

ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้จากการหารคือ 9CC0C / A = FACE

การหารโดยการแปลงเป็นระบบทศนิยม

เช่นเดียวกับการคูณ คุณสามารถใช้วิธีที่สองโดยการแปลงเลขฐานสิบหกเป็นทศนิยม ทำการหารแบบทศนิยม แล้วแปลงผลลัพธ์กลับเป็นเลขฐานสิบหก

ในตัวอย่างนี้ "9CC0C" แปลงเป็นทศนิยมคือ 642060 และ "A" แปลงเป็นทศนิยมคือ 10

ทำการหารในระบบทศนิยม: 642060 / 10 = 64206

แปลงผลลัพธ์ 64206₁₀ กลับเป็นเลขฐานสิบหก จะได้ผลลัพธ์คือ FACE₁₆

9CC0C₁₆ / A₁₆ = 642060₁₀ / 10₁₀ = 64206₁₀ = FACE₁₆

ผลลัพธ์ที่ได้คือ: 9CC0C₁₆ / A₁₆ = FACE₁₆

เช่นเดียวกับการคูณ การเปิดตารางสูตรคูณเลขฐานสิบหกควบคู่ไปด้วย จะช่วยให้กระบวนการหารเลขฐานสิบหกทำได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

ข้อสรุป

หากคุณกำลังมองหาเครื่องมือที่จะช่วยยกระดับการคำนวณเลขฐานสิบหกของคุณให้โปรและรวดเร็วยิ่งขึ้น เครื่องคำนวณเลขฐานสิบหก (Hex Calculator) คือคำตอบที่คุณตามหา!

เครื่องมือทรงประสิทธิภาพชิ้นนี้เปรียบเสมือนอาวุธลับสำหรับโปรแกรมเมอร์ วิศวกรเครือข่าย นักนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล และผู้ที่ทำงานในสายคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี เป็นคู่หูอเนกประสงค์ที่จัดการการคำนวณและการแปลงฐานตัวเลขสุดซับซ้อนให้จบได้ในพริบตา ช่วยให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับภาพรวมของงานที่สำคัญกว่า

ด้วยเครื่องคิดเลขฐานสิบหกออนไลน์ของเรา คุณสามารถบวก ลบ คูณ และหารเลขฐานสิบหกด้วยความแม่นยำระดับผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งแปลงเลขฐาน 16 เป็นฐาน 10 (ทศนิยม) และแปลงกลับไปมาได้อย่างง่ายดายเพียงไม่กี่คลิก

ความแม่นยำสูงและอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย ทำให้เครื่องมือนี้เป็นตัวช่วยอันดับหนึ่งในการลดความซับซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทุกการคำนวณทางเทคนิคของคุณ!